สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สภาผู้ส่งออก)
Thai National Shippers’ Council
  • Thai Language
  • English Language
ภาพข่าวกิจกรรม
แถลงข่าวการส่งออกประจำเดือน ต.ค. 2560

สรท. คาดส่งออกไทยปี 60 เติบโตไม่ต่ำกว่า 8% ตามทิศทางการค้าโลก

 

   นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก แถลงข่าวร่วมกับ ดร.ชัยชาญ เจริญสุข เลขาธิการสภาผู้ส่งออก และนายคงฤทธิ์ จันทริก ผู้อำนวยการบริหารสภาผู้ส่งออก ณ ห้องประชุม 1 สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย อาคารลุมพินีทาวเวอร์ ถนนพระราม 4 เมื่อวันจันทร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2560 โดยระบุการส่งออกเดือนกันยายน 2560 มีมูลค่า 21,812 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 12.2% ขยายตัวในระดับสูงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน (YoY) และสูงสุดในรอบ 56 เดือน โดยการส่งออกในรูปเงินบาทเท่ากับ 720,176 ล้านบาท ขยายตัว 7.8% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน (YoY) ส่งผลให้การส่งออก 9 เดือนแรก มีมูลค่า 175,435 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เติบโต 9.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน (YoY) ขณะที่ในรูปเงินบาท การส่งออก 9 เดือนแรก มีมูลค่า 6,001,376 ล้านบาท เติบโต 6.4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน (YoY)

ทั้งนี้ การเติบของการส่งออกไทยในช่วงที่ผ่านมาได้รับอานิสงส์จากปัจจัยต่างๆ ดังนี้

1) การขยายตัวดีขึ้นของการค้าระหว่างประเทศโดยรวมทั่วโลก และสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลัก เช่น จีน ญี่ปุ่น อาเซียน และออสเตรเลีย ลาตินอเมริกา พลิกกับมาโตช่วงปลาย Q3 และคาดการณ์ว่าจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของปริมาณสินค้าที่ขนส่งทั้งทางทะเลและทางอากาศระหว่างประเทศในช่วงที่ผ่านมา

2) การส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญ เช่น น้ำมันสำเร็จรูป เม็ดพลาสติก  เหล็ก น้ำตาลทราย ยางพาราและผลิตภัณฑ์ เป็นต้น ปรับตัวดีขึ้นตามลำดับจากปัจจัยบวก อาทิ ราคา และความต้องการสินค้าเพื่อนำไปผลิตต่อของคู่ค้า

3) การสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าของสหรัฐฯ เพิ่มมากขึ้นเพื่อเตรียมตอนรับเทศกาล Thanksgiving ในช่วงพฤศจิกายนนี้

สำหรับปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการส่งออกไทยประกอบด้วย

1) จับตานโยบายของผู้สมัครประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะมาแทนที่คนปัจจุบันซึ่งจะหมดวาระลงในเดือน ก.พ. 2561 ซึ่งอาจมีผลให้ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น และอาจส่งผลให้ค่างเงินบาทผันผวนต่อไป

2) มาตรการกีดกันทางการค้าในประเทศคู่ค้าหลัก อาทิ สหรัฐอเมริกา-Buy America และจีน-Safeguard- Anti-dumping รวมถึงความไม่พร้อมของไทยในการปฏิบัติตามข้อกำหนด Trade Facilitation Agreement ซึ่งจะส่งผลในระยะยาวต่อการส่งออกของไทย

3) การเคลื่อนย้ายแรงงานและการสร้างตลาดแรงงานที่มีคุณภาพต่อการผลิต

4) สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลี หลังรัสเชียออกมาปฏิเสธการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ ขณะที่จีนยืนยันจะส่งออกสินค้า Humanitarian Needs ให้กับเกาหลีเหนือต่อไป

ทั้งนี้ สภาผู้ส่งออก ระบุประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด อาทิ

1) พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 ที่จะถึงนี้ และความล่าช้าในการพัฒนา National Single Window ให้สามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์

2) ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตทำงานและการรับอนุญาตให้ทำงาน ตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2560 ซึ่งเป็นกฎหมายอนุบัญญัติซึ่งกำหนดรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินงานที่สำคัญ และมีผลในทางปฏิบัติ เช่น อัตราการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมของคนต่างด้าว รวมถึงระยะเวลาดำเนินการและการรับรองเอกสาร เป็นต้น

3) กฎหมาย Buy America ของประธานนาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นกฎหมายเชิงนโยบายที่กำหนดให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องจัดซื้อจัดจ้างและเลือกซื้อสินค้าที่ผลิตภายในประเทศเป็นอันดับแรก

4) ท่าทีของสหรัฐฯ ต่อการเข้าร่วมประชุม APEC Economic Leader Meeting (APEC CEO summit) ที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม และประชุม ASEAN Summit ที่ประเทศฟิลิปปินส์ และการเดินทางเยือนประเทศ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 3 – 14 พฤศจิกายน 2560.   

โดยสามารถดาวน์โหลดไฟล์และรายละเอียดได้ที่ : https://goo.gl/44q7za