สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สภาผู้ส่งออก)
Thai National Shippers’ Council
  • Thai Language
  • English Language
ภาพข่าวกิจกรรม
แถลงข่าวสถานการณ์การส่งออกประจำเดือนมิถุนายน 2559

คาดผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจและความผันผวนอัตราแลกเปลี่ยน

ฉุดมูลค่าการส่งออกปี 2559 หดตัว -2% !!!

 

นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือ สภาผู้ส่งออก แถลงข่าวร่วมกับนายไพบูลย์ พลสุวรรณา ที่ปรึกษาคณะกรรมการสภาผู้ส่งออก นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งออก และนายคงฤทธิ์ จันทริก ผู้อำนวยการบริหารสภาผู้ส่งออก ถึงสถานการณ์ส่งออกในเดือนพฤษภาคม 2559 ณ ห้องประชุม 1 สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย อาคารลุมพินีทาวเวอร์ ถนนพระราม 4 เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2559 ว่า แม้ทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกในเดือนพฤษภาคมจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้การส่งออกทองคำยังไม่ขึ้นรูปขยายตัว 73.8% หรือคิดเป็นมูลค่า 748 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่การส่งออกในเดือนพฤษภาคม 2559 มีมูลค่า 17,617 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือหดตัวที่ -4.40% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน (YoY) ขณะที่ มูลค่าการส่งออกในรูปเงินบาทเท่ากับ 611,669 ล้านบาท หดตัว -3.24% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน (YoY) ส่งผลให้ภาพรวมการส่งออก 5 เดือนแรกของปี 2559 มีมูลค่า 86,991 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว -1.90%

ทั้งนี้ การที่สหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรปจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยในระยะสั้น โดยในด้านการเงินจะต้องเฝ้าระวังความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนในระยะสั้น ความผันผวนในตลาดการเงิน และราคาทองคำในตลาดโลก ในด้านการตลาดจะก่อให้เกิดความกังวลและมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ตลอดจนผลกระทบทางเศรษฐกิจในหลายภูมิภาคทั่วโลก ขณะเดียวกัน ประเทศไทยจำเป็นต้องพิจารณาและกำหนดยุทธศาสตร์สำหรับการเจรจาการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป และริเริ่มกำหนดแนวทางการเจรจาการค้าเสรีกับสหราชอาณาจักร รวมถึงเตรียมความพร้อมในการเจรจา หากมีประเทศสมาชิกอื่นออกจากสหภาพยุโรปเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหลักที่จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกในช่วง 7 เดือนหลัง คือ 1) สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของคู่ค้าทั่วโลก ที่ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นและทำให้ปริมาณการอุปโภคบริโภคของลูกค้าในตลาดเป้าหมายลดลง และ 2) ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ที่จะส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของสินค้าไทย ซึ่งอาจจะทำให้เสียเปรียบสินค้าจากประเทศคู่แข่งมากยิ่งขึ้น ดังนั้น สภาผู้ส่งออก จึงประมาณการมูลค่าการส่งออกในเดือนมิถุนายน เท่ากับ 17,435 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือหดตัวประมาณ -4% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน ซึ่งจะส่งผลให้มูลค่าการส่งออกไตรมาส 2 เท่ากับ 50,596 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือหดตัวประมาณ -5.40% และมูลค่าการส่งออกครึ่งปีแรก เท่ากับ 104,426 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือหดตัวประมาณ -2.25% ทั้งนี้ สภาผู้ส่งออก คาดการณ์มูลค่าการส่งออกระหว่างเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2559 เฉลี่ยเท่ากับ 17,610 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อเดือน หรือหดตัวเฉลี่ย -1.75% ต่อเดือน ซึ่งจะส่งผลให้มูลค่าการส่งออกปี 2559 มีมูลค่าเท่ากับ 210,089 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือหดตัว -2%

อนึ่ง ผลสืบเนื่องจากมาตรการรับรองน้ำหนักตู้สินค้าโดยองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ ซึ่งกรมเจ้าท่าได้ออกประกาศรองรับการปฏิบัติในประเทศไทย และมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 นั้น ขณะนี้ สภาผู้ส่งออกได้รับการร้องเรียนจากสมาชิกว่ามีสายเรือและผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการดำเนินงานในเรื่องดังกล่าวระหว่าง 9.5 ถึง 40 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตู้ และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมระหว่าง 10 ถึง 20 เหรียญสหรัฐฯ ต่อครั้งในกรณีสินค้าไม่เต็มตู้ แปรผันตามแต่ละสายเรือและตามรูปแบบการส่งข้อมูลแบบเอกสารหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการแก้ไขน้ำหนักและการแจ้งน้ำหนักล่าช้าถึง 40 เหรียญสหรัฐฯ ต่อครั้ง และไม่รวมกรณีที่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมโดยผู้ขนส่งและท่าเรือ ซึ่งสภาผู้ส่งออกจะได้หารือไปยังกรมการค้าภายในเพื่อพิจารณาความเหมาะสมของการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายดังกล่าว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อไป.