สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สภาผู้ส่งออก)
Thai National Shippers’ Council
  • Thai Language
  • English Language
การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ
มาตรการชั่งน้ำหนักตู้สินค้าของผู้ส่งออก ณ ท่าเรือต้นทาง

องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ หรือ International Maritime Organization (IMO) ภายใต้คณะอนุกรรมการ Sub-Committee on Dangerous Goods, Solid Cargoes and Containers ออกข้อกำหนดเรื่อง Weighing the Container (Container Weigh Verification Rules) ให้มีการชั่งน้ำหนักตู้สินค้าส่งออกก่อนการถ่ายลงเรือสินค้า ณ ท่าเรือต้นทาง ซึ่งน้ำหนักที่ชั่งจะต้องถูกระบุอยู่ในเอกสารสำหรับการส่งออก และใช้สำหรับการวางแผนจัดการระวางภายในเรือสินค้า (Stowage Plan) เพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือทางทะเล คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
วิธีการดำเนินการของการชั่งน้ำหนักตู้สินค้ามีด้วยกัน 2 วิธีได้แก่
1) การชั่งน้ำหนักทั้งตู้สินค้า ณ ท่าเรือต้นทาง หรือ
2) การคำนวณผลรวมของสิ่งของทั้งหมดที่อยู่ในตู้สินค้าบวกกับน้ำหนักตู้เปล่า โดยหากเป็นวิธีการที่ 2 นี้ ผู้ส่งสินค้าต้องแสดงการชั่งน้ำหนักเป็นเอกสาร โดยต้องได้รับการรับรองโดยบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ส่งสินค้า และต้องส่งเอกสารต่อให้นายเรือและท่าเรือ โดยต้องมีเวลาเพียงพอสำหรับการวางแผนบรรทุกสินค้าในเรือ
หากผู้ส่งของมิได้ปฏิบัติตามวิธีการดำเนินการชั่งน้ำหนักตู้สินค้าทั้ง 2 ข้อข้างต้น กล่าวคือมิได้มีการแจ้งน้ำหนักในเอกสาร และมิได้ส่งน้ำหนักที่ชั่งได้แก่สายเรือหรือเจ้าหน้าที่ท่าเรือ ตู้สินค้าดังกล่าวจะไม่ถูกอนุญาตให้นายเรือนำโหลดขึ้นเรือโดยเด็ดขาด
ในปัจจุบันพบว่าท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือแหลมฉบังมีการชั่งน้ำหนักตู้สินค้าอยู่แล้ว วัตถุประสงค์เพื่อ 1) ตรวจสอบความสูญหายของสินค้า 2) เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างตู้สินค้ากับสินค้าที่บรรจุลงไปในตู้ และ 3) เพื่อให้ทราบถึงความสามารถในการรับน้ำหนักตู้สินค้าของรถเครน แต่อาจยังไม่มีขั้นตอน วิธีกระบวนการที่สอดคล้องกับมาตรการดังกล่าวของ IMO เพื่อนำน้ำหนักที่ชั่งได้ทุกๆ ตู้ ส่งต่อให้กับนายเรือ และใช้สำหรับการวางแผนระวางเรือ อย่างไรก็ตามควรต้องคำนึงถึงการปฏิบัติการที่ทันท่วงที สำหรับการนำข้อมูลน้ำหนักที่ได้ไปใช้ต่อโดยไม่เกิดความล่าช้าในทางปฏิบัติ
สำหรับประเด็นที่ทางสภาผู้ส่งออกจะติดตามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมเจ้าท่า การท่าเรือแห่งประเทศไทย และท่าเรือเอกชนมีดังนี้
1) ความพอเพียงและมาตรฐานของเครื่องชั่งน้ำหนักในแต่ละท่าเรือ
2) ค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นจากการชั่งน้ำหนัก ณ ท่าเรือ ไม่ควรเกินกว่าระดับที่เหมาะสม
3) กระบวนการขั้นตอนในการแจ้งน้ำหนักของผู้ส่งออก เพื่อส่งต่อข้อมูลน้ำหนักให้กับสายเรือสำหรับการวางแผนระวางเรือ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในเรื่องความปลอดภัยในการขนส่งสินค้าทางทะเลของ IMO โดยอาจกำหนดเป็นแบบฟอร์มสำหรับการกรอกข้อมูลสำหรับผู้ส่งออก
4) ความพร้อมทางด้านการเชื่อมโยงข้อมูล และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการส่งต่อข้อมูลระหว่างผู้ส่งออก ท่าเรือ และสายเดินเรือ
5) การแก้ไขปัญหาความแออัดบริเวณท่าเรือ หากตู้สินค้าทุกตู้ต้องทำการชั่งน้ำหนัก จึงอาจใช้วิธีการมอบอำนาจให้กับหน่วยงานภายนอกที่มีเครื่องชั่งน้ำหนัก ทำหน้าที่ชั่งน้ำหนักตู้สินค้าได้อีกทางหนึ่ง

จิรารัตน์ รัตนคุปต์, นักวิเคราะห์
สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย
10 มีนาคม 2557