Thai English 
banner4_bg.jpg

 

 
 
 
 
 
 
Taiwantrade
 
 
 
 

Member Login

ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่

Who's Online

ขณะนี้มี 13956 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Newsletter






International Trade & Early Warning - 28 October 2009 พิมพ์ ส่งเมล

 

International Trade & Early Warning - 28 October 2009

 

• เบลเยียมเปิดท่าเรือในไทย
นาย Jan Vannieuwenburgge ผู้อำนวยการด้านการพัฒนาระหว่างประเทศของท่าเรือ Zeebrugge ของเบลเยียม กล่าวว่า มีแผนที่จะเปิดสำนักงานตัวแทนท่าเรือ Zeeburgge ในไทย
ท่าเรือ Zeeburgge เป็นท่าเรือขนาดกลางของเบลเยียม มีปริมาณการขนส่งสินค้ารวมปีละ 42 ล้านตัน และมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆโดยมีนโยบายที่เน้นการเป็นผู้นำการขนส่งสินค้าประเภทอาหารจากทั่วโลก ประกอบด้วยห้องเย็นขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับสินค้าอาหารแช่เย็นและแช่แข็งทั้ง พืช สัตว์ และประมง โดยมีระยะเวลา Transit สั้นที่สุดเมื่อเทียบกับท่าเรืออื่นในสหภาพยุโรป
ดังนั้น  มกอช. จะติดตามความคืบหน้าของการเปิดท่าเรือ Zeeburgge ในไทย เพื่อให้ผู้ประกอบการได้เตรียมพร้อม ในการศึกษาหาช่องทาง สำหรับการใช้บริการขนส่งสินค้า โดยเฉพาะสินค้าอาหารของไทย มาจำหน่ายในตลาดสหภาพยุโรป
(ที่มา : สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป)


 
• เกษตรฯดันไทยเป็นศูนย์กลางเมล็ดพันธุ์เอเชีย
กระทรวงเกษตรฯ ดันไทยเป็นศูนย์กลางเมล็ดพันธุ์ ตั้งเป้าส่งออกปี 2559 กว่า 4,000 ล้านบาท พร้อมหนุนครัวโลกบุกตลาดอาหารสุขภาพ
นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่  8-11 พฤศจิกายนนี้ ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม เมล็ดพันธุ์แห่งเอเชียและแปซิฟิก (Asian Seed Congress 2009) ซึ่งไทยเป็นแหล่งผลิตและส่งออกเมล็ดพันธุ์เป็นอันดับ 3 ของเอเชีย รองจากจีนและญี่ปุ่น ในปี 2551 ส่งออกเมล็ดพันธุ์ 20,934 ตัน คิดเป็นมูลค่า 2,548 ล้านบาท โดยการประชุมจะมีการเจรจาทางธุรกิจ และคาดว่าจะมียอดการค้าเมล็ดพันธุ์ครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังตั้งเป้าหมาย ที่จะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชในเอเชีย เพราะไทยมีลักษณะภูมิประเทศ และภูมิอากาศที่หลากหลาย เหมาะแก่การผลิตเมล็ดพันธุ์  โดยให้มีเมล็ดพันธุ์ดีเพียงพอกับความต้องการใช้ภายในประเทศ โดยการวิจัยพันธุ์พืชใหม่ และการกระจายพันธุ์ดีให้เกษตรกรนำไปใช้เพื่อลดต้นทุนการผลิต และให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ
นายเกรียงศักดิ์ สุวรรณธราดล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ศูนย์วิจัยปรับปรุงพันธุ์พืชเพื่อการเกษตรที่ยั่งยืน กล่าวว่า ไทยตั้งเป้าหมายว่าในปี 2559 จะส่งออกเมล็ดพันธุ์พืชไม่น้อยกว่า 4,000 ล้านบาท รัฐควรจะจัดตั้งหน่วยสนับสนุนพันธุกรรมพืชในระยะยาว และต้องมีการพัฒนากฎหมายคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ให้คุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นางพัชรี ตั้งตระกูล ผู้อำนวยการสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า แนวโน้มการบริโภคอาหารปัจจุบันให้ความสำคัญกับสุขภาพ จึงต้องวิจัยพัฒนาเมล็ดพันธุ์ของพืชผัก สมุนไพร และผลไม้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค คาดว่าปี  2553 มูลค่า 61,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนปี 2556 ขยายตัวเป็น 90,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ปัจจุบันไทยมีส่วนแบ่งการตลาดในตลาดโลกไม่ถึง 1% หากมีการส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนา ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ให้มีคุณสมบัติที่ตอบสนองต่อการส่งเสริมสุขภาพ ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์อาหารของไทยยิ่งขึ้น
(ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ)

 

 

• ออสเตรเลียเตรียมปรับปรุงกฎหมายการติดฉลากอาหารใหม่
สภารัฐบาลออสเตรเลีย (COAG) และสภารัฐมนตรีด้านระเบียบอาหารออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เห็นชอบให้มีการทบทวนนโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดด้านการติดฉลากอาหาร เพื่อเป็นการลดภาระของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการติดฉลากอาหาร
ทั้งนี้ Mark Butler ประธานสภารัฐมนตรีและเลขาธิการรัฐสภาด้านสาธารณสุข แถลงว่าคณะกรรมการทบทวนนโยบายและกฎหมายการติดฉลากแล้ว นำโดย Dr. Neal Blewett AC อดีตรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข และผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่างๆ อาทิ เศรษฐศาสตร์ สาธารณสุข กฎหมาย การค้า และ พฤติกรรมผู้บริโภค ขอบ
เขตการพิจารณาของคณะกรรมการฯข้างต้นประกอบด้วยประเด็นต่อไปนี้
1. ตรวจสอบการดำเนินงานของกฎหมายที่มีผลกระทบต่อความต้องการการติดฉลากอาหาร
2. พิจารณาบทบาทหน้าที่ของรัฐบาลต่อกฎหมายการติดฉลากอาหาร และบรรทัดฐานที่ใช้เป็น
แนวทางในการตัดสินใจเกี่ยวกับการออกกฎหมายใหม่
3. พิจารณานโยบายเละกลไกเพื่อรับรองบทบาทของรัฐบาลให้มีการปฏิบัติอย่างเหมาะสม
4. พิจารณาหลักการและแนวการปฏิบัติเพื่อให้ประสบผลสำเร็จตามกฎหมายการติดฉลากและให้
มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกัน
5. ประเมินนโยบาย มาตรฐาน และกฎหมายการติดฉลากอาหารที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
6. เสนอแนะแนวทางสำหรับปรับปรุงเพื่อใช้ปรับปรุงกฎหมายและนโยบายการติดฉลากอาหาร
ขณะนี้ ออสเตรเลียอยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2552
(ที่มา : FSANZ)
 

 

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย
1168/97 อาคารลุมพินีทาวเวอร์ ชั้น 32 โซน C  ถนนพระราม 4 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร  กทม. 10120
Tel. : 66 2 679-7555 ,    Fax. : 66 2 679-7500-1  
Thai National Shippers' Council Copyright © 2005 TNSC All Rights Reserved.