Thai English 
banner1_bg.jpg

 

 
 
 
 
 
 
Taiwantrade
 
 
 
 

Member Login

ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่

Who's Online

ขณะนี้มี 13983 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Newsletter






International Trade & Early Warning - 21 October 2009 พิมพ์ ส่งเมล

 

 

International Trade & Early Warning - 21 October 2009

 

 

• ญี่ปุ่นกำหนดมาตรฐานสารตกค้างใหม่ 5 ชนิด
ด้วยกระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการญี่ปุ่น กำหนดมาตรฐานสารเคมีทางการเกษตรตกค้างใหม่ 5 ชนิด ดังนี้


1. Indoxacarb (สารกำจัดแมลง) กำหนดร่างมาตรฐานค่าสารตกค้างสูงสุดที่อนุญาตให้มีได้หรือ ค่า MRL และปรับปรุงค่ามาตรฐานของสาร Indoxacarb สำหรับสินค้าธัญพืช พืชผัก ผลไม้ และสินค้าปศุสัตว์ ซึ่งส่งผลให้มีความเข้มงวดมากขึ้นต่อหน่อไม้และขิงของไทย
2. Esprocarb (สารกำจัดวัชพืช) ซึ่งได้รับอนุญาตให้ใช้ในประเทศญี่ปุ่น จัดทำร่าง MRL ใหม่สำหรับข้าวสาลี และปรับปรุงค่ามาตรฐานของสาร Esprocarb
3. Trifloxystrobin (สารกำจัดเชื้อรา) ซึ่งได้รับอนุญาตให้ใช้ในประเทศญี่ปุ่น ร่างค่า MRLs ของสาร Trilfloxystobin และปรับปรุงค่า MRLs ของสารดังกล่าว ซึ่งส่งผลต่อความเข้มงวดมากขึ้นต่อธัญพืช ผัก และผลไม้ ได้แก่ ข้าวกล้อง ธัญพืชอื่นๆ ถั่วเหลือง กระเทียม หน่อไม่ฝรั่ง กล้วยและเมล็ดกาแฟ เป็นต้น
4.  Prosulfocarb (สารกำจัดวัชพืช) เดิมไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในประเทศญี่ปุ่น เมื่อกระทรวงเกษตรฯ ญี่ปุ่น อนุญาตให้ใช้สาร Prosulfocarb  จึงกำหนดค่า MRL ใหม่และปรับปรุงค่ามาตรฐานของสาร Porsulfocarb สำหรับข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์
5. Metalaxyl and Mefenoxam (สารกำจัดเชื้อรา) จัดทำร่าง MRL และปรับปรุงค่ามาตรฐานของสารดังกล่าวในสินค้าพืชผัก ผลไม้ และสินค้าปศุสัตว์ โดยมีความเข้มงวดมากขึ้นต่อพืชผัก และผลไม้จากไทย ได้แก่ กระเทียม หน่อไม้ กระเจี๊ยบเขียว ขิง กล้วย มะม่วง และเครื่องในสัตว์


นอกจากนี้อนุญาตให้สารปรุงแต่งอาหารใหม่ 2 ชนิด ได้แก่ 3-Methyl-2-butanol และ 5,6,7, 8- Tetrahydroquinoxaline เป็นสารปรุงแต่งกลิ่นรส รายละเอียดปรากฏตามเอกสารแนบ   กรณีที่ตารางมิได้ระบุค่า MRL ให้ใช้ระดับค่า MRL ที่ 0.01 ppm
(ที่มา : มกอช.)

 

• สถานการณ์สต็อกปลาของอียู
สหภาพยุโรปได้ปฏิรูปนโยบายประมงร่วม (CFP) ในปี 2545 เพื่อให้การทำประมงของสหภาพยุโรปยั่งยืน แต่สถานการณ์ปัจจุบันของสต๊อกปลาในน่านน้ำสหภาพยุโรปยังคงมีปัญหา เนื่องจากมีปลาบางชนิดมากเกินไป และการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำก็ดีขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ภาพรวมของสต๊อกปลาในน่านน้ำสหภาพยุโรปขณะนี้ มีปลา 5 ชนิดที่ถูกจับในระดับที่เหมาะสม อีก 30 ชนิดถูกจับมากเกินไป เมื่อเทียบกับปี 2552 มีปลาที่ถูกจัดอย่างยั่งยืนเพิ่มขึ้นเป็น11ชนิด และปลาที่ถูกจับมากเกินไป 22 ชนิด
ส่วนปลาที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ลดลง จาก 27 ชนิด เหลือ 22 ชนิด เช่น


1. ปลาทูน่าครีบสีน้ำเงิน (Blue fin Tuna) เสี่ยงที่จะสูญพันธ์มากที่สุด เพราะอาหารญี่ปุ่นเป็นที่นิยมมากขึ้น ทำให้การจับปลาทูน่าครีบสีน้ำเงินอยู่ในระดับสูงขึ้น หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ คาดการณ์ว่าปลาชนิดนี้อาจสูญพันธ์ในปี 2555
2. ปลา Cod มีอยู่เป็นจำนวนน้อย แม้เคยมีแผนเพื่อลดจำนวนการจับปลาชนิดนี้ให้น้อยลงก็ตาม แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ สหภาพยุโรปจึงปรับปรุงแผนฟื้นฟูปลา Cod อีกครั้งในปี 2551
3. ปลา Anchovy ฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้ว่าจะห้ามจับปลาชนิดนี้ตั้งแต่ปี 2548 แล้วก็ตาม
4. ปลา Herring อัตราการทดแทนของปลาลดลง ส่งผลต่อขนาดของปลาที่จับได้ในปีถัดไป รวมทั้งน้ำหนักของปลา Herring ที่จับในพื้นที่ดังกล่าวลดลงอย่างรวดเร็ว


อย่างไรก็ตาม นโยบายประมงร่วมก่อให้เกิดผลดีต่อสต๊อกปลาบางชนิด เช่นปลา Sole ปลา Plaice และปลา Angle fish เพราะช่วยควบคุมการจับปลาที่มากเกินไป ทำให้สต๊อกปลาเหล่านี้กลับสู่สภาพเดิม ส่งผลให้ปลาที่จับได้มีขนาดใหญ่ขึ้น มีปลาถูกทิ้งจากการทำประมงน้อยลง ผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมลดลงและผู้จับมีกำไรเพิ่มขึ้น
การปรับปรุงนโยบายประมงร่วมครั้งหลังสุดมีทั้งผลดี และผลเสีย ทางคณะกรรมาธิการยุโรป จึงเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาปลาถูกจับมากเกินไปในสหภาพยุโรป ตั้งแต่ปี 2553 เช่น การกำหนดโควตาการอนุญาตจับปลาแบบรายปีสำหรับปลาที่ถูกจับมากกินไป และ การกำหนดปริมาณปลาที่อนุญาตให้จับได้ เป็นต้น
(ที่มา : คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป)

 

• รัสเซียนำเข้าเนื้อวัวลดลง
ช่วง 8 เดือนแรกของปี 2552 รัสเซียนำเข้าเนื้อวัวลดลง 29% หรือ 368,000 ตัน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2551 เนื่องมาจากข้อกำหนดด้านภาษีที่เข้มงวดที่กำหนดขึ้นมาทีหลังวิกฤตเศรษฐกิจและค่าเงิน
Rouble ของรัสเซียไม่เสถียรภาพ นอกจากนั้น ผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรในประเทศช่วงครึ่งปีแรกลดลง 13% ซึ่งมากกว่าที่ FAO คาดการณ์ไว้ 2% และผู้บริโภครัสเซียหันไปทานโปรตีนชนิดอื่นที่มีราคาถูกลง
การลดลงของผลผลิตเนื้อวัวของรัสเซียนั้นเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการลดลงของกำไรของภาคอุตสาหกรรมเนื้อวัว ต้นทุนการผลิตเนื้อวัวปี 2552 นั้นเพิ่มขึ้น 60% แต่ราคาเนื้อวัวภายในประเทศเพิ่มขึ้นเพียง 20%
ขณะนี้ปริมาณผลผลิตเนื้อวัวในประเทศเพิ่มขึ้นหลังจากที่ผู้ผลิตได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลทำให้ได้รับผลกำไรเพิ่มขึ้น
รัสเซียนำเข้าเนื้อวัวจากบราซิลเป็นแหล่งใหญ่ คิดเป็น 55%ของการนำเข้าทั้งหมดของรัสเซีย ตามด้วยอาร์เจนตินาที่มีส่วนแบ่งตลาด19% และอุรุกวัย 9%
(ที่มา : Meat Trade News Daily)

 


 

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย
1168/97 อาคารลุมพินีทาวเวอร์ ชั้น 32 โซน C  ถนนพระราม 4 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร  กทม. 10120
Tel. : 66 2 679-7555 ,    Fax. : 66 2 679-7500-1  
Thai National Shippers' Council Copyright © 2005 TNSC All Rights Reserved.