Thai English 
banner3_bg.jpg

 

 
 
 
 
 
 
Taiwantrade
 
 

Member Login

ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่

Who's Online

ขณะนี้มี 3466 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Newsletter






International Trade & Early Warning - 20 October 2009 พิมพ์ ส่งเมล

 

 

International Trade & Early Warning - 20 October 2009

 

 

• ฟิลิปปินส์จัดทำประชาพิจารณ์มาตรฐานฮาลาล
ฟิลิปปินส์จัดประชาพิจารณ์เรื่องมาตรฐานอาหารฮาลาลแห่งชาติเพื่อสรุปหาแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการภายในประเทศที่สนใจส่งออกสินค้าสู่ตลาดต่างประเทศ
ในปี 2551 ร่างมาตรฐานอาหารฮาลาลนี้ถูกกำหนดขึ้นเพื่อให้ผู้บริโภคชาวมุสลิมแน่ใจว่าอาหารที่จำหน่ายเป็นไปตามหลักปฏิบัติของชาวมุสลิม กล่าวคือ สัตว์ปีก และเนื้อสัตว์ต้องถูกชำแหละตามหลักศาสนา
Sitti Amina Jain ผู้ประสานงานโครงการริเริ่มจัดทำมาตรฐานฮาลาลของกรมการค้าและอุตสาหกรรมฟิลิปปินส์ (DTI) เผยว่า ในวันที่ 20 ตุลาคม นี้ จะเริ่มทำประชาพิจารณ์เรื่องดังกล่าวที่เมือง Mindanao เป็นที่แรก ตามด้วย Cebu และManila ตามลำดับ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชาพิจารณ์ประมาณ 200 คน จากหลากหลายสาขาอาชีพ เช่น จากอุตสาหกรรมอาหาร จากโรงแรม ภัตตาคาร ผู้ส่งออก ผู้ค้าปลีก ผู้บริโภค นักวิชาการ หน่วยงานราชการด้านการรับรองมาตรฐาน รวมทั้ง ครูมุสลิม (ulamas) ด้วย 
ทั้งนี้ คาดว่าร่างสุดท้ายของมาตรฐานอาหารฮาลาลนี้จะเสร็จสิ้นในวันที่ 30 ตุลาคม และจะเสนอร่างนี้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้ง กระกรวงเกษตร กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงพาณิชย์
(ที่มา : Halal Focus)

 

• สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไฟเขียวสัตว์ปีกนำเข้าจากแอฟริกาใต้
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ยกเลิกการระงับสัตว์ปีกนำเข้าจากแอฟริกาใต้ หลังจากได้ระงับการนำเข้า เนื่องจากมีการระบาดของไข้หวัดนกในแอฟริกาใต้
Sheikh Rashid bin Fahad รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมและน้ำของ UAE เผยว่า กระทรวงฯ ได้ออกพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการอนุญาตให้นำเข้าสัตว์ปีกจากแอฟริกาใต้เฉพาะพื้นที่โดยยกเว้น สัตว์ปีกที่มาจากพื้นที่ที่มีการยืนยันว่ายังมีการระบาดของไข้หวัดนก โดยการอนุญาตครั้งนี้พิจารณาจากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) และคณะกรรมการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัดนกใน UAE   อย่างไรก็ตาม สินค้าสัตว์ปีกที่จะนำเข้ามาสู่ UAE ต้องได้รับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ UAE ก่อนวางจำหน่ายในตลาด
อนึ่ง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา UAE ได้ออกประกาศพระราชกฤษฎีกาอนุญาตให้นำเข้าสัตว์ปีกจากแคว้นบาวาเรีย และบรานเดนเบิร์กของเยอรมัน เช่นกัน
(ที่มา : Meat poultry)

 

• ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ออกระเบียบเติมไอโอดีนในขนมปัง
หลังจากถกเถียงอย่างยาวนาน ว่าควรเติมสารไอโอดีนหรือไม่กัน ในที่สุดออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้ออกกำหนดให้ผู้ประกอบการเติมสารไอโอดีนในขนมปังทุกชนิด
ระเบียบดังกล่าวนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากผลงานวิจัยของกองด้านกฎระเบียบอาหาร และหน่วยงานมาตรฐานอาหารนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย (FSANZ) ที่ระบุว่า อาหารภายในประเทศขาดสารไอโอดีน ดังนั้น จึงกำหนดให้ขนมปังทุกชนิด ยกเว้น ขนมปังอินทรีย์ ต้องเติมเกลือไอโอดีนแทนเกลือทั่วไปในปริมาณระหว่าง 25-65 มิลลิกรัม
ไอโอดีนเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อพัฒนาการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์และพัฒนาการของทารกแรกเกิด หากร่างกายขาดสารไอโอดีนจะทำให้ต่อมไทรอยด์ กระบวนการเผาผลาญอาหารและระบบควบคุมอุณหภูมิในร่างกายถูกทำลาย
ระเบียบนี้มีผลบังคับใช้ในนิวซีแลนด์เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2552 ส่วนออสเตรเลียมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2552
(ที่มา : Nutraingredients)

 

• ไทยหวั่นเจรจาAECล่าช้าไม่ทันปี2558            
ไทยหวั่นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ล่าช้า จากกำหนดปี 2558 หลังจากฟิลิปปินส์-อินโดนีเซีย-มาเลเซีย ไม่ยอมลดภาษีข้าว-น้ำตาล ไทยเตรียมหารือทวิภาคี ขอชดเชยโควตาภาษีข้าว 0% หวังได้ถึง 3.6 แสนตัน
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 15 และการประชุมอาเซียนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-25 ตุลาคมนี้ ที่จังหวัดเพชรบุรี
ในส่วนของไทยจะมีการหารือทวิภาคีกับรัฐบาลฟิลิปปินส์ ประเด็นการชดเชยการลดภาษีข้าวภายใต้กรอบการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ซึ่งมีกำหนดกรอบระยะเวลาในการลดภาษีสินค้าข้าวให้เหลือ 0% ในวันที่ 1 มกราคม 2553 แต่รัฐบาลฟิลิปปินส์ขอคงอัตราภาษีเหลือ 5% แต่จะให้ชดเชยในการส่งออกข้าว 50,000 ตัน ในปี 2553 กับไทยในฐานะประเทศผู้ส่งออกข้าว เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกรณีที่ฟิลิปปินส์ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงการลดภาษีภายใต้อาฟต้าได้ หลังจากนั้นจะให้มีการเจรจาทบทวนปริมาณโควตาข้าวทุกปี แต่กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้ตอบรับข้อเสนอของฟิลิปปินส์ เพราะปกติไทยส่งออกข้าวไปฟิลิปปินส์ ปีละ 2-3 แสนตัน ซึ่งไทยควรจะได้รับการชดเชยมากกว่านั้น โดยอาจจะเสนอให้มีการคำนวณโควตาข้าวจากปริมาณการส่งออกไปยังฟิลิปปินส์ย้อนหลัง 3 ปี ซึ่งน่าจะได้ราว 3.6 แสนตัน
ฟิลิปปินส์ เป็น 1 ใน 3 ประเทศที่ยังไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงการเปิดเสรีอาฟต้า ได้ยื่นข้อเสนอตารางการลดภาษี โดยจะคงอัตราภาษีสินค้าข้าวที่ 40% ตั้งแต่ปัจจุบันจนถึงปี 2557 และลดลงเหลือ 35% ในปี 2558 แต่ไทยไม่สามารถรับได้ เพราะอัตราภาษีสุดท้ายยังสูงกว่าอาเซียนอื่น ที่จัดสินค้าข้าวไว้ในบัญชีสินค้าอ่อนไหวสูง เช่นมาเลเซีย จะลดภาษีเหลือ 20% ในปี 2553 ส่วนอินโดนีเซีย จะลดเหลือ 25% ในปี 2558
อย่างไรก็ตาม ในการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) และคณะมนตรีเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA Council) เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2552 ที่กรุงเทพฯ ที่ประชุมได้เรียกร้องให้สมาชิกปฏิบัติตามข้อตกลง โดยเฉพาะการลดภาษีสินค้าอ่อนไหวสูงตามที่ผูกพันไว้ เพราะหลายประเทศยังไม่ลดภาษีตามที่กำหนด ซึ่งจะทำให้การรวมกลุ่มเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) อาจต้องล่าช้าออกไปจากเป้าหมายในปี 2558
ส่วนประเทศอื่น ๆ ที่ยังมีปัญหาการลดภาษี คือ อินโดนีเซีย มีข้าว และน้ำตาล โดยข้าวจะลดภาษีนำเข้าเหลือ 25% ในปี 2558 น้ำตาล ลดจาก 30-40% เป็น 5-10% ในปี 2558 มาเลเซีย มีข้าว ที่จะลดจาก 40% เป็น 20% ในปี 2553 ส่วนสินค้าอ่อนไหวอื่น ๆ อาเซียนเดิม 6 ประเทศ (ไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และบรูไน) ตกลงจะลดเหลือ 0-5% ในปี 2553 ยกเว้นอาเซียนใหม่ (พม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม) ที่จะช้าออกไป โดยไทยมีสินค้าอ่อนไหว 7 รายการ ผลจากการที่ทั้ง 3 ประเทศไม่ยอมปฏิบัติตามข้อตกลง จะทำให้ไทยซึ่งเป็นผู้ส่งออกทั้งข้าว และน้ำตาลจะได้รับผลกระทบทันที
(ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ)

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย
1168/97 อาคารลุมพินีทาวเวอร์ ชั้น 32 โซน C  ถนนพระราม 4 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร  กทม. 10120
Tel. : 66 2 679-7555 ,    Fax. : 66 2 679-7500-1  
Thai National Shippers' Council Copyright © 2005 TNSC All Rights Reserved.