|
International Trade & Early Warning - 15 October 2009 |
|
|
|
|
International Trade & Early Warning - 15 October 2009 |
แคนาดาฟ้อง WTO เรื่องกฎหมายการติดฉลากอาหารมะกัน
แคนาดาร้องเรียนต่อองค์การการค้าโลก (WTO) กรณีที่สหรัฐฯ ออกกฎหมายติดฉลากประเทศแหล่งกำเนิดสินค้าฉบับใหม่ (COOL) ซึ่งจะต้องติดฉลากระบุประเทศแหล่งกำเนิดของผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ ทำให้การส่งออกลูกสุกรของแคนาดาไปสหรัฐฯลดลง
กฎหมายใหม่ของสหรัฐฯ เรื่องนี้กำหนดให้บริษัทของสหรัฐฯ สามารถตรวจสอบประเทศแหล่งกำเนิดสินค้าของผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์และระบุไว้ในฉลากในทุกขั้นตอนของการผลิต ยกเว้น ในระดับภัตตาคารอาหาร เกษตรกรผู้เลี้ยงปศุสัตว์ในสหรัฐฯ ผลักดันให้เกิดกฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากเห็นว่าจะสร้างความได้เปรียบให้กับตนเองเหนือผลิตภัณฑ์นำเข้า ผู้บริโภคและกลุ่มอิสระหลายกลุ่มพอใจกฎหมายใหม่นี้เนื่องจากเห็นว่าทำให้ทราบข้อมูลแหล่งที่มาของอาหาร แต่ผู้เชี่ยวชาญอื่นๆก็มีความเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้จะก่อให้เกิดความยุ่งยากในการเก็บข้อมูล ซึ่งท้ายสุดจะทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตภายในสหรัฐฯได้เปรียบผลิตภัณฑ์นำเข้าจากต่างประเทศ เนื่องจากผลิตภัณฑ์นำเข้าจะต้องมีการเก็บข้อมูลที่ยุ่งยากกว่า
อย่างไรก็ตาม Mr. Vilsack และ Ron Kirk ผู้แทนการค้าสหรัฐฯยืนยันว่า กฎหมายการติดฉลากประเทศแหล่งกำเนิดสินค้าใหม่ของสหรัฐฯนี้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ของWTO และหวังว่าจะหารือร่วมมือกับแคนาดาในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งนี้
ปัจจุบัน แคนาดาเป็นผู้ส่งออกลูกสุกรไปสหรัฐฯ รายใหญ่ที่สุด ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2552 มีมูลค่าการส่งออกลูกสุกรที่ 210 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีปริมาณส่งออกลูกสุกร 4.4 ล้านตัว ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกันของปี2551 มีมูลค่าการส่งออกถึง 336 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯและปริมาณส่งออกลูกสุกร 6.5 ล้านตัว
(ที่มา : The New York Times)
มาเลเซียตรวจเข้มผลไม้แห้งนำเข้า
หลังจากที่ USFDA ของสหรัฐอเมริกาออกประกาศเตือนผู้บริโภคเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2552 มิให้บริโภคผลไม้แห้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกพลัมแห้ง และลูกพรุนแห้ง เนื่องจากพบว่าผลิตภัณฑ์ผลไม้แห้ง 18 ชนิดจาก 15 บริษัท ซึ่งนำเข้าจาก จีน ไต้หวัน และประเทศอื่นๆในเอเชีย มีการปนเปื้อนสารตะกั่วสูงถึง 30 ppm (มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม)
มาเลเซียจึงประกาศตรวจเข้มผลไม้แห้ง 18 ชนิดจากบริษัทดังกล่าวทันที โดยพิจารณาตามมาตรฐานการปนเปื้อนสารตะกั่วตามกฎหมายอาหารปี 2528 ของมาเลเซีย ที่ห้ามมีสารตะกั่วตกค้างเกิน 2 ppm รวมทั้งได้กำหนดระดับการเตือนภัยความไม่ปลอดภัยอาหารดังกล่าวอยู่ที่ระดับ 5 ทำให้ผลิตภัณฑ์จะต้องถูกตรวจสอบ100% ว่าปนเปื้อนสารตะกั่วเกินมาตรฐานหรือไม่ ก่อนอนุญาตให้จำหน่ายในท้องตลาดได้ ทั้งนี้ ระดับการเตือนภัยความไม่ปลอดภัยอาหารของมาเลเซียกำหนดไว้สูงสุดที่ระดับ 6 ซึ่งเป็นระดับที่จะปฏิเสธการนำเข้าผลิตภัณฑ์นั้นทันทีโดยไม่ต้องตรวจสอบ
(ที่มา : Bernama และ RM Review)
ญี่ปุ่นระงับการนำเข้าเนื้อวัวสหรัฐฯ
เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและกักกันสัตว์ของญี่ปุ่นตรวจพบการปะปนกระดูกสันหลังวัวซึ่งเป็นชิ้นส่วนต้องห้ามในเนื้อวัวที่นำเข้าจากสหรัฐฯของบริษัท Tyson ผลการตรวจสอบครั้งนี้ทำให้ญี่ปุ่นระงับการนำเข้าเนื้อวัวจากบริษัทนี้
Hirotaka Akamatsu รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรญี่ปุ่น กล่าวว่า ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับปัญหานี้อย่างยิ่งและต้องการตรวจสอบอย่างละเอียดว่าการปะปนครั้งนี้มาจากความผิดพลาดในการทำงานของคนงานที่เลินเล่อหรือเป็นความผิดพลาดทั้งระบบ โดยญี่ปุ่นได้เรียกร้องให้กระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ (USDA) ตรวจสอบหาสาเหตุการปะปนของชิ้นส่วนต้องห้ามของวัวนำเข้าญี่ปุ่น ก่อนที่ญี่ปุ่นจะกำหนดบทลงโทษแก่บริษัทดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังมีเสียงสนับสนุนจากพรรค Democratic Party ของญี่ปุ่นอีกด้วยว่าญี่ปุ่นควรใช้มาตรการตอบโต้ที่เข้มงวดกับการฝ่าฝืนข้อตกลงสหรัฐฯ-ญี่ปุ่นเรื่องการนำเข้าเนื้อวัวสหรัฐฯ ซึ่งกำหนดว่าเนื้อวัวที่จะนำเข้าญี่ปุ่นต้องปราศจากการปะปนของกระดูกสันหลัง เนื้อเยื่อสมอง และส่วนอื่นๆของร่างกายวัวที่ถือว่ามีความเสี่ยงต่อโรควัวบ้าได้ เช่น การระงับการนำเข้าเนื้อวัวจากสหรัฐฯ
(ที่มา : Meat International)
|