Thai English 
banner_bg.jpg

 

 
 
TNSC DIRECTORY
2008-2009
 

Member Login

Username

Password

Remember me
Password Reminder
No account yet? Create one

Who's Online

We have 10248 guests online

Newsletter






ความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการปรับขึ้นค่า Document Fee และ THC ของสายเรือ ณ วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม 2551 Print E-mail

 

                ตามที่สายเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ มากกว่า 15 สายเรือ รวมถึงบริษัท Freight Forwarder ได้มีการประกาศขึ้นค่า Document Fee จำนวน 300 บาทต่อชุด และสายเรือบางแห่ง อาทิ Senator Line และ NYK Line เป็นต้น ได้มีการประกาศปรับเพิ่มค่า THC จากเดิมเรียกเก็บสำหรับตู้ 20’ และ 40’ เป็นจำนวนเงิน 2,600 บาทและ 3,900 บาท เป็น 2,770-3,930 บาท และ 4,200 บาท และ 4,560 บาท ตามลำดับ ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการส่งออกนำเข้าสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) จึงได้มีการจัดประชุมในวันพุธที่ 24 กันยายน 2551 ที่ผ่านมา เพื่อหารืออย่างไม่เป็นทางการกับสมาคมเจ้าของและตัวแทนเรือกรุงเทพ (BSAA) ซึ่งเป็นผู้ประสานงานระหว่างบริษัทสายเรือต่างๆ ในประเทศไทย ให้มีการระงับการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายดังกล่าว และหารือแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน

                อย่างไรก็ตาม ภายหลังการประชุมยังพบว่า บริษัทสายเรือมิได้ให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาแต่อย่างใด และยังคงยืนยันจะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายดังกล่าวในวันที่ 1 ตุลาคม 2551 เป็นต้นไป ดังนั้นเพื่อให้เกิดผลบังคับอย่างจริงจัง สรท. ได้ประสานขอความร่วมมือจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อเป็นตัวกลางในการเจรจา และได้รับความร่วมมือจัดประชุมในวันพุธที่ 1 ตุลาคม 2551 เวลา 15.30 น. โดยอธิบดีกรมการค้าภายใน (คุณยรรยง พวงราช) เป็นประธานในที่ประชุม และมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบไปด้วย ประธานและคณะกรรมการบริหาร สรท., ประธาน BSAA และผู้แทนการท่าเรือแห่งประเทศไทย เพื่อหาแนวทางการแก้ไขดังกล่าว ซึ่งผู้แทน BSAA สาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นพบว่าเป็นผลมาจาก การล้มเลิกระบบ Conference ของบริษัทสายเรือ และการยกเลิก Exemption กฎหมายป้องกันการตกลงราคาร่วมกันของผู้ให้บริการ ในส่วนของบริการขนส่งทางทะเล ซึ่งมีผลให้สายเรือแต่ละแห่งไม่สามารถมีการหารือเพื่อควบคุมและกำหนดราคาร่วมกันได้เหมือนในอดีต และทำให้สายเรือแต่ละแห่งมีอำนาจในการพิจารณาต้นทุนและเรียกเก็บค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้อย่างเสรีดังเช่นที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม สายเรือที่ปรับขึ้นราคาค่าบริการโดยส่วนมากเป็นสายเรือขนาดเล็กและกลางบางแห่ง ในขณะที่สายเรือขนาดใหญ่ เช่น Maersk, CMA-CGM เป็นต้น ยังคงเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเท่าเดิม และการปรับขึ้นค่าใช้จ่ายในขณะนี้เป็นนโยบายของเจ้าของเรือจากต่างประเทศซึ่งส่วนมากมีสำนักงานใหญ่อยู่ในยุโรป ทาง BSAA ไม่สามารถเข้าไปควบคุมหรือแทรกแซงได้ตามผลบังคับใช้กฎหมายซึ่งครอบคลุมถึง Service ทั่วโลก แม้ว่าจะเป็นการให้บริการในเอเชียที่ไม่มีกฎหมายลักษณะดังกล่าวควบคุมอยู่ก็ตาม และจากข้อจำกัดด้านกฎหมายดังกล่าว ทำให้ สรท. และภาครัฐ จำเป็นต้องมีการเรียกสายเรือที่ปรับขึ้นค่าใช้จ่ายเข้ามาหารือเป็นรายๆ ไป ที่ประชุมจึงได้มีมติให้กรมการค้าภายในเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเร่งด่วนระหว่าง สรท. และ สายเรือ เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น  และหากในท้ายที่สุดกรณีที่สายเรือมิได้ให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาเท่าที่ควร กรมการค้าภายใน ในฐานะที่เป็น Regulator จำเป็นต้องเข้ามามีบทบาทในการควบคุมและดูแลเรื่องราคาให้สอดคล้องกันระหว่างต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บ โดยพร้อมที่จะใช้มาตรการด้านกฎหมาย อาศัยอำนาจตามกฎหมายสินค้าและบริการ ให้บริการขนส่งสินค้าเป็นบริการควบคุม ซึ่งดำเนินการโดยผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับราคา และคณะรัฐมนตรี


                ต่อมาในวันที่ 3 ตุลาคม 2551 เวลา 14.00 น. กรมการค้าภายใน โดยรองอธิบดีกรมการค้าภายใน (คุณวัชรี วิมุตยานนท์) ได้เชิญผู้แทน สรท. ผู้แทนการท่าเรือแห่งประเทศไทย ผู้แทน BSAA พร้อมด้วยตัวแทนสายเรือ 15 สายเรือเข้าร่วมประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมีตัวแทนสายเรือ Evergreen Shipping Agency, OOCL, Huaeng A, Hapag-Lloyd, Mariana Express และ Wan Hai เข้าร่วมประชุมเพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหา


                อนึ่ง ในส่วนของค่า Document Fee นั้น ตัวแทนสายเรือได้ยืนยันต่อที่ประชุมว่าการปรับขึ้นราคาในครั้งนี้ว่าเป็นผลมาจาก Principle ในต่างประเทศมีการปรับขึ้นราคาเนื่องจากเหตุผลหลายประการ อาทิ

  1. เห็นว่าค่า Document Fee ในประเทศไทยต่ำที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค และไม่ได้มีการปรับขึ้นมาเป็นระยะเวลานานพอสมควรแล้ว
  2. Principle ในต่างประเทศมีการลงทุนในระบบบริหารจัดการ อาทิ IT เพื่อใช้สำหรับตัวแทนที่มีอยู่ทั่วโลก
  3. ค่าใช้จ่ายในส่วนของบุคลากรในการดำเนินงานมีการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นต้นทุนสำคัญของสายเรือในปัจจุบัน

                สำหรับค่าใช้จ่ายในส่วนของ THC ที่มีการปรับขึ้นในสายเรือ Senator Line และ NYK Line นั้น แม้ว่าจะไม่มีตัวแทนสายเรือทั้งสองเข้าร่วมประชุม แต่ผู้แทนสายเรืออื่นๆ เชื่อว่าเกิดจากคำสั่งของ Principle เช่นกัน อย่างไรก็ตาม โดยส่วนมากเป็นค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บเพื่อให้ครอบคลุมต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงเท่านั้น มิใช่การเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพื่อชดเชยในส่วนอื่นๆ


                อย่างไรก็ตาม ผู้แทนการท่าเรือแห่งประเทศไทย ได้ชี้แจงว่าการเรียกเก็บค่า THC ในประเทศไทยนั้นไม่ได้มีการปรับขึ้นตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งที่มีการปรับเล็กน้อยคือค่า Fuel Surcharge โดยเรียกเก็บเพียง 83 บาทสำหรับตู้ 20’ และ 166 บาทสำหรับตู้ 40’ และค่าน้ำมันสำหรับเรือลากจูง ซึ่งเรียกเก็บเพิ่มเท่ากับ 967 บาทต่อชั่วโมงสำหรับเรือลากจูงที่มีขนาดเล็กกว่า 2000 แรงม้า และเรียกเก็บเพิ่มเท่ากับ 2007 บาทต่อชั่วโมงสำหรับเรือลากจูงที่มีขนาดมากกว่า 2000 แรงม้า เท่านั้น


                หลังจากรับฟังประเด็นปัญหาของสายเรือและข้อมูลจากการท่าเรือแห่งประเทศไทยแล้ว ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการ สรท. ได้ให้ข้อคิดเห็นว่า

 

      1. เหตุผลในการปรับขึ้นต้นทุนค่า Document Fee ในครั้งนี้ยังขาดความสมเหตุสมผลหลายประการเนื่องจาก
        • ประเทศไทยมีการขยายตัวในภาคการส่งออกในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามากกว่าเท่าตัว ในขณะที่การใช้บุคลากรของสายเรือในปัจจุบันเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนที่น้อยกว่ามาก ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบ Cost และรายรับที่เพิ่มขึ้นแล้วอาจกล่าวได้ว่าเป็นการ Over-Charged จากต้นทุนจริง
        • การพัฒนาระบบ IT ของสายเรือ และการพัฒนาระบบ Single Window Entry ของภาครัฐ ตลอดจนการพัฒนาระบบเชื่อมโยงระหว่างผู้ส่งออกและสายเรือ มีวัตถุประสงค์ที่จะทำให้การทำงานของสายเรือสะดวกมากขึ้น และลดค่าใช้จ่ายในส่วนที่เป็น Operating Cost ของสายเรือให้น้อยลง ซึ่งแม้จะมีการลงทุนในเรื่องของ IT ในระยะแรก แต่จะส่งผลให้สายเรือสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ดังนั้นการปรับขึ้นค่า Document Fee โดยอ้างว่าเกิดจากการลงทุนใน IT จึงไม่สมเหตุสมผล
        • การปรับขึ้นค่าใช้จ่าย Document Fee พร้อมๆ กันของสายเรือ และเรียกเก็บในอัตราเพิ่มขึ้นเท่ากัน ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าสะท้อนต้นทุนจริงหรือไม่ และมีการทำข้อตกลงกันก่อนหรือไม่ อย่างไร

  2. สำหรับการปรับขึ้นค่า THC นั้นมีความไม่เหมาะสม เนื่องจาก

    • ตามข้อมูลที่การท่าเรือฯ ได้แจ้งมา แสดงให้เห็นว่าต้นทุนดังกล่าวมีการปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุน THC ดังเช่นที่เรียกเก็บเพิ่มเติมขึ้นมา
    • ต้นทุนค่า THC เป็นค่าใช้จ่ายที่เป็น Local Charge เพื่อ Recover ต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงในประเทศ ดังนั้นการปรับขึ้นค่าใช้จ่ายต่างๆ ควรเป็นการปรับขึ้นตามตัวเลขจริงภายในประเทศ มิใช่การกำหนดโดย Principle จากต่างประเทศ

                โดยสรุป สรท. เสนอให้สายเรือมีการจำแนกรายการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น และชี้แจงต่อกรมการค้าภายใน ในลักษณะของ Cost Structure ทั้งในส่วนของ Document Fee และ THC เพื่อให้เกิดความชัดเจน และชะลอการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายออกไป

                ท้ายที่สุด รองอธิบดีกรมการค้าภายใน (คุณวัชนี วิมุตยานนท์) ได้ขอให้สายเรือที่มีการปรับขึ้นราคา Document Fee และ THC ดำเนินการดังต่อไปนี้

      1. กรมการค้าภายในจะส่งจดหมายและแบบฟอร์มโครงสร้างต้นทุนในส่วนของ Document Fee และ THC ให้กับสายเรือต่างๆ ทั้งโดยทางตรง และผ่านการประสานงานของ BSAA
      2. ให้สายเรือกรอกข้อมูลในลักษณะ Cost Structure กลับมาให้กรมฯ ภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อพิจารณาต้นทุนที่แท้จริง
      3. ขอให้มีการชะลอการปรับขึ้นค่า Document Fee และ THC ออกไปจนกว่าจะมีการพิจารณาความเหมาะสมของต้นทุนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง จึงให้ปรับขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจริงนั้น (ผู้แทนสายเรือที่เข้าร่วมประชุมรับทราบและจะประสานงานไปยัง Principle เพื่อขออนุมัติการชะลอการปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายในครั้งนี้)

                อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควรจากสายเรือและ Freight Forwarder ในการชี้แจงต้นทุนและปรับค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนของ Document Fee และ THC ให้มีความเหมาะสมแล้ว สรท. จะดำเนินการผ่านกรมการค้าภายในเพื่อผลักดันให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ถูกกำหนดให้เป็นบริการควบคุม ภายใต้กฎหมายสินค้าและบริการ ซึ่งจะส่งผลให้การปรับขึ้นราคาค่าบริการในแต่ละครั้งจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการควบคุมราคาทุกครั้ง อันเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาว

 

 

*******************************

สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย
3 ตุลาคม 2551

 

 

< Previous   Next >
สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย
1168/97 อาคารลุมพินีทาวเวอร์ ชั้น 32 โซน C  ถนนพระราม 4 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร  กทม. 10120
Tel. : 66 2 679-7555 ,    Fax. : 66 2 679-7500-1  
Thai National Shippers' Council Copyright © 2005 TNSC All Rights Reserved.