|
สรุปประเด็นจากการสัมมนา Dubai international Food Safety Conference (DIFSC) |
|
|
|
เทศบาลเมืองดูไบ (Dubai Municipality) ร่วมกับ Dubai World Trade Centre (DWTC) และหน่วยที่เกี่ยวข้องจัดสัมมนา Dubai International Food Safety Conference (DIFSC) ในงาน Gulfood 2008 ระหว่างวันที่ 24-27 กุมภาพันธ์ 2551 ณ WDTC เกี่ยวกับกฎระเบียบและมาตรฐาน Al Alama Mark ของ Emirates Authority for standardization and Metrology (Esma) สำหรับการส่งออกสินค้าอาหาร และการส่งต่อสินค้าไปยังประเทศที่สาม (Export & Re-Export) โดยผ่านทางดูไบ และสำนักงานส่งเสริมการค้าฯ ณ เมืองดูไบ ได้เข้าร่วมสัมมนา/แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับหน่วยงานต่างๆ นั้นสรุปได้ดังนี้
1. มาตรฐานการนำเข้าสินค้าอาหารจะมีความเข้มงวดขึ้น คือการส่งออกสินค้าอาหารไปยังดูไบจะต้อง
- สลากสินค้าจะต้องมีภาษาอารบิกกำกับ ทั้งนี้สินค้าอาหารที่จะเข้าไปยังดูไบหรือส่งต่อไปยังประเทศที่สามจะต้องแปลสลากสินค้าเป็นภาษาอารบิกด้วย โดยจะเริ่มใช้ระเบียบดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2551 นี้ ดังนั้นหากหน่วยงานตรวจสอบพบสินค้าที่ไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าว สินค้าจะถูกตีกลับมายังประเทศต้นทางทันที
- การระบุวันผลิต และวันหมดอายุของสินค้าอาหาร จะต้องพิมพ์วันผลิต และวันหมดอายุของสินค้าอาหารนั้นๆ ให้ชัดเจน ห้ามใช้การเขียน การติดสติ๊กเกอร์ หรือการระบุด้วยวิธีใดก็ตามที่แสดงให้เห็นว่าได้ดำเนินการแก้ไขหลังจากการพิมพ์สลากนั้น
2. สินค้าพวกเนื้อสัตว์ที่ต้องใช้ Halal Certificate ได้แก่เนื้อวัว เป็ด ไก่ แกะ แพะ และอาหารที่นำวัตถุดิบจากสัตว์เหล่านี้จะต้องได้รับใบรับรองซึ่งออกโดยหน่วยงานที่ทาง Islamic Organization of U.A.E. Government เป็นผู้อนุญาตให้ดำเนินการแทนได้
ดังนั้นผู้ส่งออกไทยควรรีบปรับระบบการผลิตฉลากสินค้าเพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ ทั้งนี้ผู้ส่งออกสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.csma.ae ซึ่งเป็นเว้ปไซด์ของ Emirates Authority for Standardization and Metrology
****************
สำนักงานส่งเสริมการค้าฯ ณ เมืองดูไบ
28 กุมภาพันธ์ 2551
|